เป็นหนึ่งในถ้ำที่สวยงามและน่าตื่นเต้นที่สุดในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตั้งอยู่ที่บริเวณหุบเขาบ้านบางปู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ
1. ประวัติและความเป็นมา
- ชื่อ “ถ้ำแก้ว”: มีที่มาจากลักษณะของ หินงอกหินย้อย ภายในถ้ำที่มีเกล็ดแคลไซต์ (Calcite) หรือผลึกหินปูนใสสะท้อนแสงระยิบระยับคล้ายกับแก้วหรือเพชรเมื่อต้องแสงไฟ
- ลักษณะทางธรณีวิทยา: เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีห้องโถงหลายห้องเชื่อมต่อกัน เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนและน้ำใต้ดินมานานนับล้านปี จนเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่วิจิตรตระการตา
2. รายละเอียดการท่องเที่ยวภายในถ้ำ
การเที่ยวถ้ำแก้วจะมีความเป็น “นักผจญภัย” มากกว่าถ้ำอื่นๆ ในสามร้อยยอด เนื่องจากภายในมืดสนิทและมีความซับซ้อน:
- ห้องโถงต่างๆ: ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นหลายห้อง แต่ละห้องจะมีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตา เช่น รูปช้าง, รูปม่านน้ำตก หรือรูปเจดีย์
- ความระยิบระยับ: จุดเด่นที่สุดคือผนังถ้ำและเสาหินที่มีผลึกแก้วเกาะอยู่ เมื่อส่องไฟฉายไปจะเห็นแสงสะท้อนแวววาวไปทั่วทั้งโถงถ้ำ
- บรรยากาศ: อากาศภายในถ้ำค่อนข้างเย็นและมีความชื้น บางช่วงอาจมีทางเดินที่แคบหรือต้องปีนป่ายเล็กน้อย เพิ่มความตื่นเต้นในการสำรวจ
3. ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว
- อุปกรณ์สำคัญ: ไฟฉาย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ (สามารถเช่าได้ที่บริเวณจุดบริการเจ้าหน้าที่) เพราะภายในถ้ำไม่มีการติดตั้งไฟฟ้า เพื่อรักษาความเป็นธรรมชาติและป้องกันตะไคร่น้ำขึ้นตามหิน
- การแต่งกาย: ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี เพราะพื้นถ้ำบางจุดอาจลื่นหรือขรุขระ
- เวลาที่เหมาะสม: สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อความปลอดภัยและได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
- กฎสำคัญ: ห้ามสัมผัสหินงอกหินย้อยโดยเด็ดขาด เพราะไขมันจากมือมนุษย์จะทำให้หินหยุดการเติบโตหรือที่เรียกว่า “หินตาย”
4. การเดินทาง
ถ้ำแก้วตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 16 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าขึ้นเขาจากจุดจอดรถประมาณ 200 เมตร (ทางค่อนข้างชัน) ก่อนจะถึงปากทางเข้าถ้ำ


